1. Bomb mail การก่อกวนผู้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ของเครือข่าย โดยส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนมาก ๆ ไปยังผู้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
2. Mail Virus เป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่มีไฟล์แนบมา ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดมากับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ไวรัสนี้สามารถรันได้เมื่อผู้อ่านคลิกเพื่อเปิดไฟล์นั้น
3. Rogue Access Point เป็น Access Point จอมปลอม (แปลกปลอม) ที่ plug เข้ามาบน wired network ของเราโดยไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้ดูแลระบบ ความน่ากลัวของ Rogue Access Point ก็คือความไม่ปลอดภัยของตัวมันเอง
4. Chain mail เป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่มีข้อความเหมือนจดหมายลูกโซ่ที่เราเคยได้รับโดยทั่วไป เนื้อหาก็จะเป็นเรื่องคำเตือนเกี่ยวกับไวรัส หรือเรื่องอื่น ๆ แต่ที่สำคัญคือ บอกว่าให้ส่งข้อความนี้ให้กับคนที่รู้จัก
5. Hoax mail เป็นรูปแบบหนึ่งของการก่อกวนที่มีผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์จำนวนมาก โดยไวรัสหลอกลวงพวกนี้จะมาในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การส่งข้อความต่อ ๆ กันไปผ่านทางโปรแกรมรับส่งข้อความ หรือห้องสนทนาต่าง ๆ ซึ่งสามารถสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นได้มากหรือน้อยเพียงใด ก็ขึ้นกับเทคนิค และการใช้จิตวิทยาของผู้สร้างข่าวขึ้นมา
6. Local exploit การโจมตีที่ถ้าเข้ามาในระบบได้แล้วจะทำการเพิ่มสิทธิต่างๆเข้ามาใน User ที่เราได้สร้างเอาไว้โดยอาศัยความช่วยเหลือของผู้ดูแลระบบ
7. Remote exploit การทำงานโดยที่จะทำการเจาะระบบที่ได้รับการป้องกันที่ไม่ดีโดยอาศัยสิทธิที่มาก่อน
8. Eavesdropping การลักลอบดักฟัง มักเกิดขึ้นในระบบเครือข่ายและการโทรคมนาคม ดักเอาข้อมูล ดักเอาสัญญาณ ต่าง เช่น ดักเอา รหัสการเข้าใช้งานระบบ เป็นต้น
9. Logic bomb เป็นชิ้นส่วนของ code ที่ถูกใส่เข้าไปในระบบอย่างจงใจ จะเริ่มทำงานโดยมีตัวกระตุ้น หรือว่าเกิดเหตุการณ์ที่ตรงกับเงื่อนไขขึ้นมา บ่อยครั้งที่ logic bombs จะบรรจุ payload เพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่าตัวโปรแกรมจะถูก Run ขึ้นมาอย่างแน่นอน Logic bombs นั้นอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการของผู้ใช้เอง ตัวอย่างของ software ที่มักจะพบ logic bombs ก็ได้แก่ trial programs หรือโปรแกรมใต้ดินต่างๆ
10. Exploit code โปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทางานอยู่บนระบบเพื่อให้ไวรัสหรือผู้บุกรุกสามารถครอบครอง ควบคุม หรือกระทาการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557
คำศัพท์ครั้้งที่ 9
1. Vulnerability Assessment การวิเคราะห์ตรวจหาช่องโหว่ในระบบ โดยใช้เครื่องมือรักษาความปลอดภัย ต่างๆ ในการค้นหา เพื่อตรวจหาช่องโหว่ของระบบ
2. Sniffer โปรแกรมที่เอาไว้ดักจับข้อมูลบนระบบ Network เนื่องจากคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์คเป็นระบบการสื่อสารที่ใช้ร่วมกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย การแบ่งกันใช้ หมายถึงคอมพิวเตอร์สามารถรับข้อมูลที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นตั้งใจจะส่งไป ให้อีกเครื่องหนึ่ง การดักจับข้อมูลที่ผ่านไปมา ระหว่างเน็ตเวิร์คเรียกว่า sniffing (คล้ายๆ การดักฟังโทรศัพท์ แต่การดักฟังโทรศัพท์จะทำได้ทีละเครื่อง แต่ sniffer ทำได้ทีเดียวทั้ง network เลย)
3. Implementation Vulnerability ความล่อแหลมจากการใช้งาน เป็นความล่อแหลมที่เกิดจากการใช้งาน hardware หรือ software ที่ออกแบบมาดีแล้วอย่างผิดพลาด
4. Black-Box Penetration Testing การเจาะระบบ โดยที่ผู้รับจ้างเจาะระบบจะไม่่ได้ข้อมูลจากผู้จ้าง นอกจากเป้าหมายที่เป็นเว็บไซต์ หรือเป็น IP Address เท่่านั้น ที่เหลือผู้รับจ้างต้องพยายามเจาะเข้ามาจาก Internet โดยใช้ความสามารถของผู้รับจ้างเอง
5. CobiT (Control Objective for Information and Related Technology) เป็นนโยบายที่เน้นในการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบด้าน Information System โดยตรง ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินมักนํามาใช้งาน
6. CBK (Common Body of Knowledge) เป็นข้อมูลพื้นฐาน หรือองค์ความรู้สําคัญที่จําเป็นในการกําหนดนโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยสถาบัน ISC2
7. BS ISO/IEC 17799 เป็นมาตรฐานที่มักนําไปอ้างอิงในการเขียนนโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเน้นในรูปแบบการทํางาน และภาพรวมของระบบโดยไม่มีรายละเอียดแนวทางการปฏิบัติเชิงรายละเอียดการปฏิบัติ
8. Penetration Testing การทดสอบเจาะระบบเพื่อนำเอาข้อมูลที่สำคัญ เช่น Username และ Password ออกมาจากระบบโดยการทดลอง Hack เสมือนว่ามี Hacker เข้ามาเจาะระบบ
9. Intrusion detection (ID) เป็นประเภทของระบบจัดการความปลอดภัยสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายเพื่อระบุความเป็นไปได้ในการทำให้ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งรวมถึง ทั้งการบุกรุก หรือโจมตีจากภายนอกองค์กร และการใช้ผิดทาง หรือการโจมตีภายในองค์กร ID ใช้การประเมินความอ่อนแอ บ้างเรียกว่า การสแกน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อการประเมินความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย
10. White-box Penetration Testing การเจาะระบบที่ผู้รับจ้างจะต้องเข้ามาที่บริษัท และออนไลน์ เข้าสู่ระบบ LAN หรือ Intranet ของผู้ว่าจ้าง เรียกได้ว่าเป็นการเจาะจากข้างใน
2. Sniffer โปรแกรมที่เอาไว้ดักจับข้อมูลบนระบบ Network เนื่องจากคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์คเป็นระบบการสื่อสารที่ใช้ร่วมกัน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย การแบ่งกันใช้ หมายถึงคอมพิวเตอร์สามารถรับข้อมูลที่คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นตั้งใจจะส่งไป ให้อีกเครื่องหนึ่ง การดักจับข้อมูลที่ผ่านไปมา ระหว่างเน็ตเวิร์คเรียกว่า sniffing (คล้ายๆ การดักฟังโทรศัพท์ แต่การดักฟังโทรศัพท์จะทำได้ทีละเครื่อง แต่ sniffer ทำได้ทีเดียวทั้ง network เลย)
3. Implementation Vulnerability ความล่อแหลมจากการใช้งาน เป็นความล่อแหลมที่เกิดจากการใช้งาน hardware หรือ software ที่ออกแบบมาดีแล้วอย่างผิดพลาด
4. Black-Box Penetration Testing การเจาะระบบ โดยที่ผู้รับจ้างเจาะระบบจะไม่่ได้ข้อมูลจากผู้จ้าง นอกจากเป้าหมายที่เป็นเว็บไซต์ หรือเป็น IP Address เท่่านั้น ที่เหลือผู้รับจ้างต้องพยายามเจาะเข้ามาจาก Internet โดยใช้ความสามารถของผู้รับจ้างเอง
5. CobiT (Control Objective for Information and Related Technology) เป็นนโยบายที่เน้นในการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบด้าน Information System โดยตรง ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินมักนํามาใช้งาน
6. CBK (Common Body of Knowledge) เป็นข้อมูลพื้นฐาน หรือองค์ความรู้สําคัญที่จําเป็นในการกําหนดนโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยสถาบัน ISC2
7. BS ISO/IEC 17799 เป็นมาตรฐานที่มักนําไปอ้างอิงในการเขียนนโยบายด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งเน้นในรูปแบบการทํางาน และภาพรวมของระบบโดยไม่มีรายละเอียดแนวทางการปฏิบัติเชิงรายละเอียดการปฏิบัติ
8. Penetration Testing การทดสอบเจาะระบบเพื่อนำเอาข้อมูลที่สำคัญ เช่น Username และ Password ออกมาจากระบบโดยการทดลอง Hack เสมือนว่ามี Hacker เข้ามาเจาะระบบ
9. Intrusion detection (ID) เป็นประเภทของระบบจัดการความปลอดภัยสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายเพื่อระบุความเป็นไปได้ในการทำให้ไม่มีความปลอดภัย ซึ่งรวมถึง ทั้งการบุกรุก หรือโจมตีจากภายนอกองค์กร และการใช้ผิดทาง หรือการโจมตีภายในองค์กร ID ใช้การประเมินความอ่อนแอ บ้างเรียกว่า การสแกน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อการประเมินความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย
10. White-box Penetration Testing การเจาะระบบที่ผู้รับจ้างจะต้องเข้ามาที่บริษัท และออนไลน์ เข้าสู่ระบบ LAN หรือ Intranet ของผู้ว่าจ้าง เรียกได้ว่าเป็นการเจาะจากข้างใน
คำศัพท์ครั้้งที่ 8
1. Personal Firewall คือ ซอฟแวร์ที่ใช้เพื่อควบคุมการเข้า-ออก หรือควบคุมการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายในองค์กรเดียวกัน หรือภายนอก และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น นอกจากโปรแกรม Anti-Virus ที่จำเป็นต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้ว Personal Firewall ก็มีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าโปรแกรม Anti-Virus เลย ดังนั้นการใช้งานโปรแกรม ดังกล่าวจึงควรใช้งานควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่ในสถานะปลอดภัยและจะไม่ถูกคุกคามจากผู้ที่ประสงค์ร้ายทั้งหลาย
2. Antivirus-Gateway เป็นบริการตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัด ไวรัส ที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Email ขาออก หรือ Email ขาเข้า โดยปกติแล้วใน องค์กรหนึ่ง ๆ นั้น จะมีการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ให้กับเครื่องของผู้ใช้งาน (Client) ในทุก ๆ เครื่อง เพื่อป้องกัน ไวรัส ที่อาจจะมาจากที่ต่าง ๆ ซึ่งหากผู้ใช้งานลืม Update Antivirus ก็จะทำให้ ไวรัส สามารถแพร่กระจาย ไปในองค์กร ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ไวรัสที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ แต่ระบบ Antivirus-Gateway นั้น เปรียบเสมือนด่านหน้า ที่คอยตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัดไวรัส ต่าง ๆ ที่จะผ่านเข้ามา ในองค์กรของเรา ทำให้Email ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Antivirus-Gateway แล้วนั้นปลอดภัย ถึงแม้ว่า ผู้ใช้ในองค์กร จะลืมทำการ โปรแกรม Update Antivirus ก็ไม่ต้องกังวล เรื่องความปลอดภัย ของอีเมล์ที่เข้ามา
3. Backup คือ การสำรองข้อมูล เป็นกิจกรรมคัดลอกไฟล์และฐานข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจะป้องกันในกรณีของอุปกรณ์ล้มเหลวหรือภัยอื่น โดยทั่วไป การสำรองข้อมูลเป็นงานปกติของปฏิบัติการของข้อมูลขนาดใหญ่กับเครื่องเมนเฟรม และผู้บริหารระบบของคอมพิวเตอร์ธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การสำรองข้อมูลมีความจำเป็นเช่นกัน แต่มักถูกละเลย การดึงไฟล์ที่การสำรองไว้ เรียกว่าการฟื้นฟู (restore)
4. Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network
5. Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ
6. Network Security การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)
7. Hacking การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการพยายามที่จะใช้อุบายหรือข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและเครือข่าย
8. Information Security การรักษาความปลอดภัยโดยการใช้นโยบายหรือระเบียบปฏิบัติ
9. Confidentiality คือการรักษาความลับของข้อมูลเพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานสามารถใช้ข้อมูลนั้นได้
10. RISK Management หมายถึง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด หรือ ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ความเสี่ยงนี้จะถูกวัดด้วยผลกระทบที่ได้รับและความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หรือ “โอกาสหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะทำให้เราไม่บรรลุวัตถุประสงค์” ภาษาง่าย ๆ “ ความเสี่ยง คือ สิ่งต่าง ๆที่อาจกีดกันองค์กรจากการบรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมาย
2. Antivirus-Gateway เป็นบริการตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัด ไวรัส ที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ ของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น Email ขาออก หรือ Email ขาเข้า โดยปกติแล้วใน องค์กรหนึ่ง ๆ นั้น จะมีการติดตั้ง โปรแกรม Antivirus ให้กับเครื่องของผู้ใช้งาน (Client) ในทุก ๆ เครื่อง เพื่อป้องกัน ไวรัส ที่อาจจะมาจากที่ต่าง ๆ ซึ่งหากผู้ใช้งานลืม Update Antivirus ก็จะทำให้ ไวรัส สามารถแพร่กระจาย ไปในองค์กร ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ไวรัสที่ติดมากับ Email ต่าง ๆ แต่ระบบ Antivirus-Gateway นั้น เปรียบเสมือนด่านหน้า ที่คอยตรวจสอบ ค้นหา ป้องกัน และ กำจัดไวรัส ต่าง ๆ ที่จะผ่านเข้ามา ในองค์กรของเรา ทำให้Email ที่ผ่านการตรวจสอบจาก Antivirus-Gateway แล้วนั้นปลอดภัย ถึงแม้ว่า ผู้ใช้ในองค์กร จะลืมทำการ โปรแกรม Update Antivirus ก็ไม่ต้องกังวล เรื่องความปลอดภัย ของอีเมล์ที่เข้ามา
3. Backup คือ การสำรองข้อมูล เป็นกิจกรรมคัดลอกไฟล์และฐานข้อมูล ดังนั้นพวกเขาจะป้องกันในกรณีของอุปกรณ์ล้มเหลวหรือภัยอื่น โดยทั่วไป การสำรองข้อมูลเป็นงานปกติของปฏิบัติการของข้อมูลขนาดใหญ่กับเครื่องเมนเฟรม และผู้บริหารระบบของคอมพิวเตอร์ธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล การสำรองข้อมูลมีความจำเป็นเช่นกัน แต่มักถูกละเลย การดึงไฟล์ที่การสำรองไว้ เรียกว่าการฟื้นฟู (restore)
4. Virtual Private Network เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อเครือข่ายนอกอาคาร (WAN - Wide Area Network) เป็นระบบเครือข่ายภายในองค์กร ซึ่งเชื่อมเครือข่ายในแต่ละสาขาเข้าด้วยกัน โดยอาศัย Internetเป็นตัวกลาง มีการทำ Tunneling หรือการสร้างอุโมงค์เสมือนไว้รับส่งข้อมูล มีระบบเข้ารหัสป้องกันการลักลอบใช้ข้อมูล เหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งต้องการความคล่องตัวในการติดต่อรับส่งข้อมูลระหว่างสาขา มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับ Private Network
5. Intrusion Prevention System ระบบที่คอยตรวจจับการบุกรุกของผู้ที่ไม่ประสงค์ดี รวมไปถึงข้อมูลจำพวกไวรัสด้วย โดยสามารถทำการ วิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านเข้าออกภายในเครือข่ายว่า มีลักษณะการทำงานที่เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความ เสียหายต่อระบบเครือข่ายหรือไม่ โดยระบบ IDS นี้ จะทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบทราบ
6. Network Security การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย: การปกป้องเครือข่ายและบริการต่างๆของเครือข่ายจากการเปลี่ยนแปลง, ทำลาย, หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้ความรับรองว่าเครือข่ายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญได้อย่างถูก ต้องโดยไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย การรักษาความปลอดภัยเครือข่ายรวมถึงการรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูล (Data Integrity)
7. Hacking การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการพยายามที่จะใช้อุบายหรือข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและเครือข่าย
8. Information Security การรักษาความปลอดภัยโดยการใช้นโยบายหรือระเบียบปฏิบัติ
9. Confidentiality คือการรักษาความลับของข้อมูลเพื่อไม่ให้ผู้ไม่มีสิทธิ์ในการใช้งานสามารถใช้ข้อมูลนั้นได้
10. RISK Management หมายถึง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่ทำให้งานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนด หรือ ความเสี่ยง คือ ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นและมีผลต่อการบรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ความเสี่ยงนี้จะถูกวัดด้วยผลกระทบที่ได้รับและความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ หรือ “โอกาสหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่จะทำให้เราไม่บรรลุวัตถุประสงค์” ภาษาง่าย ๆ “ ความเสี่ยง คือ สิ่งต่าง ๆที่อาจกีดกันองค์กรจากการบรรลุวัตถุประสงค์/เป้าหมาย
คำศัพท์ครั้้งที่ 7
1. Non-Repudiation คือ วิธีการสื่อสารซึ่งผู้ส่งข้อมูลได้รับหลักฐานว่าได้มีการส่งข้อมูลแล้วและผู้รับก็ได้รับการยืนยันว่าผู้ส่งเป็นใคร ดังนั้นในภายหน้าทั้งผู้ส่งและผู้รับจะไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว
2. Private key คือ กุญแจส่วนตัว ซึ่งใช้ถอดรหัสข้อมูล ( Decryption ) เนื่องจากความต้องการที่จะรักษาข้อมูลให้เป็นความลับ จึงต้องมีการแปลงข้อมูลโดยการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption ) เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ โดยให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาต สามารถอ่านเข้าใจได้เท่านั้น
3. PKI คือ ระบบป้องกันข้อมูลวนการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนท PKIจะใช้กุญแจคู่ (Key pairs) ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลโดย กุญแจนี้ประกอบด้วย กุญแจส่วนตัว (Private Key) และกุญแจสาธารณะ (Public Key)
4. Denial of Service หมายถึงการถูกโจมตีหรือถูกส่งคาร้องขอต่าง ๆ จากเครื่องปลายทางจานวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งทาให้เครื่องแม่ข่าย(Server)ที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ไม่สามารถให้บริการได้
5. Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้
6. Encryption คือ การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม
7. Key pair หรือคู่กุญแจ หมายถึง ระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล โดยผู้ส่งและผู้รับจะมีกุญแจคนละดอกที่ไม่เหมือนกัน ผู้ส่งใช้กุญแจดอกหนึ่งในการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจสาธารณะ (Public key) ส่วนผู้รับใช้กุญแจอีกดอกหนึ่งในการถอดรหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งระบบกุญแจคู่นี้เองเป็นระบบกุญแจพื้นฐานที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบ PKI
8. Public key คือ การเข้ารหัสและถอดรหัสโดยใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส 2 ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key)และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น
9. Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่บนกระดาษนั่นเอง
10. Decryption คือ การถอดรหัสข้อมูล อย่างข้อมูลที่ถูกใส่รหัสไว้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาถอดรหัส เพื่อให้สามารถอ่านได้
2. Private key คือ กุญแจส่วนตัว ซึ่งใช้ถอดรหัสข้อมูล ( Decryption ) เนื่องจากความต้องการที่จะรักษาข้อมูลให้เป็นความลับ จึงต้องมีการแปลงข้อมูลโดยการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption ) เพื่อไม่ให้บุคคลอื่นสามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ โดยให้เฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาต สามารถอ่านเข้าใจได้เท่านั้น
3. PKI คือ ระบบป้องกันข้อมูลวนการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เนท PKIจะใช้กุญแจคู่ (Key pairs) ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลโดย กุญแจนี้ประกอบด้วย กุญแจส่วนตัว (Private Key) และกุญแจสาธารณะ (Public Key)
4. Denial of Service หมายถึงการถูกโจมตีหรือถูกส่งคาร้องขอต่าง ๆ จากเครื่องปลายทางจานวนมากในช่วงเวลาหนึ่งๆ ซึ่งทาให้เครื่องแม่ข่าย(Server)ที่เปิดให้บริการต่าง ๆ ไม่สามารถให้บริการได้
5. Cryptography หรือ ระบบการรหัส หมายถึง ระบบที่ผู้ส่งข้อความเข้ารหัส (Encrypt) เปลี่ยนแปลงข้อมูล จากข้อความปกติ (Plain Text) ไปเป็นข้อความที่เข้ารหัส (Cipher text) หลังจากนั้นจึงส่งข้อความไปให้ผู้รับ ทางผู้รับจะถอดรหัสข้อมูล (Decrypt)เพื่อให้ได้ข้อความปกติเหมือนดังที่ส่งมา วัตถุประสงค์ของ Cryptography ก็เพื่อที่จะปกปิดข้อมูลให้เป็นความลับในระหว่างที่ส่งข้อมูล โดยแม้จะมีผู้แอบลักลอบดูข้อมูลก็ไม่สามารถอ่านข้อความนั้นๆ ได้ เนื่องจากได้เป็นข้อมูลที่อ่านไม่ออกเพราะไม่สามารถถอดรหัสให้อ่านออกได้
6. Encryption คือ การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับ ไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อความเดิมที่สามารถอ่านได้ (Plain text,Clear Text) มาทำการเข้ารหัสก่อน เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อความเดิมให้ไปเป็นข้อความที่เราเข้ารหัส (Ciphertext) ก่อนที่จะส่งต่อไปให้บุคคลที่เราต้องการที่จะติดต่อด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นสามารถที่จะแอบอ่านข้อความที่ส่งมาโดยที่ข้อ ความที่เราเข้ารหัสแล้วซึ่งทำได้โดยใช้โปรแกรม
7. Key pair หรือคู่กุญแจ หมายถึง ระบบการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล โดยผู้ส่งและผู้รับจะมีกุญแจคนละดอกที่ไม่เหมือนกัน ผู้ส่งใช้กุญแจดอกหนึ่งในการเข้ารหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจสาธารณะ (Public key) ส่วนผู้รับใช้กุญแจอีกดอกหนึ่งในการถอดรหัสข้อมูลที่เรียกว่า กุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งระบบกุญแจคู่นี้เองเป็นระบบกุญแจพื้นฐานที่นำมาประยุกต์ใช้กับระบบ PKI
8. Public key คือ การเข้ารหัสและถอดรหัสโดยใช้กุญแจรหัสคนละตัวกัน การส่งจะมีกุญแจรหัสตัวหนึ่งในการเข้ารหัส และผู้รับก็จะมีกุญแจรหัสอีกตัวหนึ่งเพื่อใช้ในการถอดรหัส ผู้ใช้รายหนึ่งๆจึงมีกุญแจรหัส 2 ค่าเสมอคือ กุญแจสาธารณะ (public key)และ กุญแจส่วนตัว (private key) ผู้ใช้จะประกาศให้ผู้อื่นทราบถึงกุญแจสาธารณะของตนเองเพื่อให้นำไปใช้ในการเข้ารหัสและส่งข้อมูลที่เข้ารหัสแล้วมาให้ ข้อมูลที่เข้ารหัสดังกล่าวจะถูกถอดออกได้โดยกุญแจส่วนตัวเท่านั้น
9. Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง (กลุ่มตัวเลขนี้จะมีเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลย) ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่ในไฟล์นั้นๆ ทำนองเดียวกับการลงลายมือชื่อด้วยหมึกลงบนกระดาษ เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่บนกระดาษนั่นเอง
10. Decryption คือ การถอดรหัสข้อมูล อย่างข้อมูลที่ถูกใส่รหัสไว้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาถอดรหัส เพื่อให้สามารถอ่านได้
คำศัพท์ครั้้งที่ 6
1. Spyware, Spybot หรือสายลับคอมพิวเตอร์ หมายถึง การใช้กลอุบายเพื่อให้ผู้ใช้เข้าไปแวะเยี่ยมเยียนเว็บไซต์ แล้วตัวมันจะถูกดาวน์โหลด และติดตั้งลงคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติหลังจากนั้นมันจะเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของโปรแกรมต่างๆ เช่น เว็บบราวเซอร์ ซึ่งก่อให้เกิดความรําคาญแก่ผู้ใช้ สร้างปัญหาในการลดประสิทธิภาพการทํางานของระบบคอมพิวเตอร์ให้ดลดลง และก้าวล่วงสู่ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ รวมทั้งทําให้ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม หรือใช้งานบางโปรแกรมได้
2. Dialers หมายถึง โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ถูกส่งมาฝังไว้ยังเครื่องเป้าหมายเพื่อมุ่งหวังให้เครื่องที่เป็นเครื่องเป้าหมายทำการหมุนโมเด็มหรือทำการเชื่อมต่อโทรศัพท์ข้ามประเทศไปยังบริษัทต่างประเทศ ส่วนมากจะมีผลกับเครื่องที่มีการเชื่อมต่อ Internet ด้วยการ dial up ผ่านโมเด็ม
3. Macro Viruses เป็นไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อกวนโปรแกรมสำนักงานต่างๆ เช่น MS Word, Excel, PowerPoint เป็นชุดคำสั่งเล็กๆ ทำงานอัตโนมัติ ติดต่อด้วยการสำเนาไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง มักจะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ การทำงานหยุดชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือทำให้ไฟล์เสียหาย ขัดขวางกระบวนการพิมพ์ เป็นต้น
4. Program or File Infector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่มักจะระบาดด้วยการติดไปกับไฟล์โปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น com, exe, sys, dll สังเกตได้จากไฟล์โปรแกรมจะมีขนาดที่โตขึ้นจากเดิม บางชนิดอาจจะสำเนาตัวเองไปทับบางส่วนของโปรแกรมซึ่งไม่อาจสังเกตจากขนาดของไฟล์ได้
5. Botnet หมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบหรือเข้าไปฝังตัวในเครื่องเป้าหมายโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่เพื่อเปิดทางให้ผู้บุกรุกสามารถที่จะครอบครอง ควบคุมหรือใช้ทรัพยากรเพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
6. Exploit Code หมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่บนระบบเพื่อให้ไวรัสหรือผู้บุกรุกสามารถครอบครอง ควบคุม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
7. Boot Sector or Boot Infector Viruses คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่องจะเข้าไปอ่านโปรแกรมบูตระบบที่อยู่ในบูตเซกเตอร์ก่อน ถ้ามีไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ในบูตเซกเตอร์ในบริเวณที่เรียกว่า Master Boot Record (MBR) ในทุกครั้งที่เราเปิดเครื่อง ก็เท่ากับว่าเราไปปลุกให้ไวรัสขึ้นมาทำงานทุกครั้งก่อนการเรียกใช้โปรแกรมอื่นๆ
8. Viruses คือ โปรแกรมที่สร้างปัญหาและก่อให้เกิดความเสียหายต่าง ๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์และสามารถแพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่น ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถแพร่กระจายข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการที่ไวรัสคอมพิวเตอร์สามารถแพร่กระจายได้นั้นเนื่องจากผู้ใช้มีการเรียกใช้งานไฟล์ที่ไวรัสคอมพิวเตอร์ติดอยู่
9. Trojans หมายถึง โปรแกรมที่ออกแบบมาให้แฝงเข้าไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้อื่นในหลากหลายรูปแบบ เช่น โปรแกรม หรือการ์ด อวยพร เพื่อเป็นกับดัก และคอยติดตาม หรือควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเป้าหมาย
10. Scripts Viruses ไวรัสสายพันธุ์นี้เขียนขึ้นมาจากภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น VBScript, JavaScript ซึ่งไวรัสคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะทำงานเมื่อผู้ใช้เปิดหรือเรียกใช้งานไฟล์นามสกุล .vbs, .js ที่เป็นไวรัส ซึ่งอาจจะติดมาจากการเรียกดูไฟล์ HTML ในหน้าเว็บเพจบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
2. Dialers หมายถึง โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ถูกส่งมาฝังไว้ยังเครื่องเป้าหมายเพื่อมุ่งหวังให้เครื่องที่เป็นเครื่องเป้าหมายทำการหมุนโมเด็มหรือทำการเชื่อมต่อโทรศัพท์ข้ามประเทศไปยังบริษัทต่างประเทศ ส่วนมากจะมีผลกับเครื่องที่มีการเชื่อมต่อ Internet ด้วยการ dial up ผ่านโมเด็ม
3. Macro Viruses เป็นไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อกวนโปรแกรมสำนักงานต่างๆ เช่น MS Word, Excel, PowerPoint เป็นชุดคำสั่งเล็กๆ ทำงานอัตโนมัติ ติดต่อด้วยการสำเนาไฟล์จากเครื่องหนึ่งไปยังเครื่องหนึ่ง มักจะทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ขึ้นผิดปกติ การทำงานหยุดชะงักโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือทำให้ไฟล์เสียหาย ขัดขวางกระบวนการพิมพ์ เป็นต้น
4. Program or File Infector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่มักจะระบาดด้วยการติดไปกับไฟล์โปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น com, exe, sys, dll สังเกตได้จากไฟล์โปรแกรมจะมีขนาดที่โตขึ้นจากเดิม บางชนิดอาจจะสำเนาตัวเองไปทับบางส่วนของโปรแกรมซึ่งไม่อาจสังเกตจากขนาดของไฟล์ได้
5. Botnet หมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบหรือเข้าไปฝังตัวในเครื่องเป้าหมายโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่เพื่อเปิดทางให้ผู้บุกรุกสามารถที่จะครอบครอง ควบคุมหรือใช้ทรัพยากรเพื่อกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
6. Exploit Code หมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่บนระบบเพื่อให้ไวรัสหรือผู้บุกรุกสามารถครอบครอง ควบคุม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
7. Boot Sector or Boot Infector Viruses คือไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่องจะเข้าไปอ่านโปรแกรมบูตระบบที่อยู่ในบูตเซกเตอร์ก่อน ถ้ามีไวรัสเข้าไปฝังตัวอยู่ในบูตเซกเตอร์ในบริเวณที่เรียกว่า Master Boot Record (MBR) ในทุกครั้งที่เราเปิดเครื่อง ก็เท่ากับว่าเราไปปลุกให้ไวรัสขึ้นมาทำงานทุกครั้งก่อนการเรียกใช้โปรแกรมอื่นๆ
8. Viruses คือ โปรแกรมที่สร้างปัญหาและก่อให้เกิดความเสียหายต่าง ๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์และสามารถแพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่น ๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถแพร่กระจายข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการที่ไวรัสคอมพิวเตอร์สามารถแพร่กระจายได้นั้นเนื่องจากผู้ใช้มีการเรียกใช้งานไฟล์ที่ไวรัสคอมพิวเตอร์ติดอยู่
9. Trojans หมายถึง โปรแกรมที่ออกแบบมาให้แฝงเข้าไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้อื่นในหลากหลายรูปแบบ เช่น โปรแกรม หรือการ์ด อวยพร เพื่อเป็นกับดัก และคอยติดตาม หรือควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเป้าหมาย
10. Scripts Viruses ไวรัสสายพันธุ์นี้เขียนขึ้นมาจากภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น VBScript, JavaScript ซึ่งไวรัสคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะทำงานเมื่อผู้ใช้เปิดหรือเรียกใช้งานไฟล์นามสกุล .vbs, .js ที่เป็นไวรัส ซึ่งอาจจะติดมาจากการเรียกดูไฟล์ HTML ในหน้าเว็บเพจบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
คำศัพท์ครั้งที่ 5
1. Offense informs defense: ถ้าหากเราทราบถึงวิธีหรือขั้นตอนในการกระทำผิดนั้นๆ และเราก็จะทราบทราบถึงวิธีการป้องกันการกระทำผิดเหล่านั้นด้วย
2. Automation: ระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อถือได้ และทำการขยายขีดความสามารถ รวมทั้งตรวจวัดได้อย่างต่อเนื่อง ตามข้อควรปฏิบัติในระเบียบวิธีการควบคุม และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
3. Ping of Death การ Ping โดยที่ใช้ขนาดของ Ping ที่ใหญ่กว่า 65,507 ซึ่งจะทำให้เกิดการ Denial of Seervice
4. Crack เครื่องมือทางการ hacking ที่ใช้กันแพร่หลาย ใช้ในการถอดรหัสลับขอรหัสผ่าน ผู้ดูแลระบบใช้ crackในการประเมินว่ารหัสผ่านของผู้ใช้มีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่เพื่อที่จะเสริมความปลอดภัยให้กับระบบอัตโนมัติ
5. Demon Dialer โปรแกรมที่โทรศัพท์เข้าไปยังหมายเลขเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นการกระทำที่ไม่เสียหายหากต้องการเข้าถึง BBS แต่เป็นการกระทำที่ประสงค์ร้าย หากต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีแบบ Denial of Service
6. Prioritization: ให้ลำดับความสำคัญที่จะดำเนินการกับความเสี่ยงที่สำคัญๆ ก่อน หรือทำการป้องกันในจุดที่จะก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง ตามลำดับก่อนหลัง
7. Metrics: นำเสนอข้อมูลตัวชี้วัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มูลค่าความเสียหายหากถูกโจมตีจากจุดอ่อนต่างๆ ความสำคัญของระบบ หรือข้อมูลในองค์กร และ ข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถประเมินได้ให้กับผู้บริหาร ฝ่ายไอที ผู้ตรวจสอบ และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยเพื่อช่วยกันประเมินและปรับปรุงข้อมูลเหล่าตัวชี้วัดนั้นได้รวดเร็วขึ้น
8.Continuous monitoring: ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบและตรวจสอบประสิทธิผลของมาตรการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน
9. Boomb โดยทั่วไปจะใช้กับ crash โดยปกติแล้วเกี่ยวข้องกับการที่ software หรือ ระบบปฏิบัติการล้มเหลว
10. Proxy กลไกของ firewall ที่เปลี่ยน IP address ของ host ที่อยู่ในเครือข่ายที่ได้รับการป้องกันอยู่ให้เป็นaddress ของตัวเอง สำหรับ traffic ทั้งหมดที่วิ่งผ่านตัวมัน, ตัว software ที่ทำการแทนผู้ใช้ IP address นั้นมีสิทธิที่จะใช้ Proxy หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการ authenticate อีกชั้นหนึ่งก่อนแล้วจึงทำการเชื่อมต่อแทนผู้ใช้นั้นไปยังจุดหมายข้างนอก
2. Automation: ระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อถือได้ และทำการขยายขีดความสามารถ รวมทั้งตรวจวัดได้อย่างต่อเนื่อง ตามข้อควรปฏิบัติในระเบียบวิธีการควบคุม และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
3. Ping of Death การ Ping โดยที่ใช้ขนาดของ Ping ที่ใหญ่กว่า 65,507 ซึ่งจะทำให้เกิดการ Denial of Seervice
4. Crack เครื่องมือทางการ hacking ที่ใช้กันแพร่หลาย ใช้ในการถอดรหัสลับขอรหัสผ่าน ผู้ดูแลระบบใช้ crackในการประเมินว่ารหัสผ่านของผู้ใช้มีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่เพื่อที่จะเสริมความปลอดภัยให้กับระบบอัตโนมัติ
5. Demon Dialer โปรแกรมที่โทรศัพท์เข้าไปยังหมายเลขเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นการกระทำที่ไม่เสียหายหากต้องการเข้าถึง BBS แต่เป็นการกระทำที่ประสงค์ร้าย หากต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีแบบ Denial of Service
6. Prioritization: ให้ลำดับความสำคัญที่จะดำเนินการกับความเสี่ยงที่สำคัญๆ ก่อน หรือทำการป้องกันในจุดที่จะก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง ตามลำดับก่อนหลัง
7. Metrics: นำเสนอข้อมูลตัวชี้วัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น มูลค่าความเสียหายหากถูกโจมตีจากจุดอ่อนต่างๆ ความสำคัญของระบบ หรือข้อมูลในองค์กร และ ข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถประเมินได้ให้กับผู้บริหาร ฝ่ายไอที ผู้ตรวจสอบ และบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยเพื่อช่วยกันประเมินและปรับปรุงข้อมูลเหล่าตัวชี้วัดนั้นได้รวดเร็วขึ้น
8.Continuous monitoring: ดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อทดสอบและตรวจสอบประสิทธิผลของมาตรการรักษาความปลอดภัยในปัจจุบัน
9. Boomb โดยทั่วไปจะใช้กับ crash โดยปกติแล้วเกี่ยวข้องกับการที่ software หรือ ระบบปฏิบัติการล้มเหลว
10. Proxy กลไกของ firewall ที่เปลี่ยน IP address ของ host ที่อยู่ในเครือข่ายที่ได้รับการป้องกันอยู่ให้เป็นaddress ของตัวเอง สำหรับ traffic ทั้งหมดที่วิ่งผ่านตัวมัน, ตัว software ที่ทำการแทนผู้ใช้ IP address นั้นมีสิทธิที่จะใช้ Proxy หรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการ authenticate อีกชั้นหนึ่งก่อนแล้วจึงทำการเชื่อมต่อแทนผู้ใช้นั้นไปยังจุดหมายข้างนอก
คำศัพท์ครั้้งที่ 4
1.Incident คือ การละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และเครือข่าย การโจมตีที่สามารถเห็นได้ชัดเจนถึงผู้โจมตี วิธีการโจมตีจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้อง และเวลาที่โจมตี
2.Information Assurance คือ ปฏิบัติการทางข้อมูลที่ปกป้องข้อมูลและระบบข้อมูลโดยทำให้มี ความเชื่อถือได้ในเรื่อง การมีอยู่ของข้อมูล ความสมบูรณ์ความลับ ซึ่งรวมถึงการกู้คืนระบบข้อมูลโดยการใช้ขีดความสามารถทางการปกป้องการตรวจจับ และการโต้ตอบ รวมกัน
3.Mailbomb คือ Mail ที่กระตุ้นให้ผู้อื่นส่ง e-mail จำนวนมากไปสู่ระบบระบบเดียวหรือคนคนเดียว โดยมีเจตนาที่จะทำให้ระบบของผู้รับเกิดปัญหาในการรับอีเมล์อาจทำให้ระบบแฮงค์จากการทำงานที่มุ่งตรงสู่จุดเดียว นั้นถือกันว่าเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง
4.Misuse Detection Model คือ การตรวจจับการบุกรุกโดยตรวจกิจกรรมเกี่ยวกับเทคนิคการบุกรุกที่ทราบหรือกิจกรรมเกี่ยวกับความล่อแหลมของระบบ
5.Penetration Testing คือ ส่วนหนึ่งของการทดสอบความปลอดภัย โดยที่ผู้ประเมินพยายามที่จะข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ
6.Incident คือ การละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และเครือข่าย การโจมตีที่สามารถเห็นได้ชัดเจนถึงผู้โจมตี วิธีการโจมตีจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้อง และเวลาที่โจมตี
7.Information Assurance คือ ปฏิบัติการทางข้อมูลที่ปกป้องข้อมูลและระบบข้อมูลโดยทำให้มี ความเชื่อถือได้ในเรื่อง การมีอยู่ของข้อมูล ความสมบูรณ์ความลับ ซึ่งรวมถึงการกู้คืนระบบข้อมูลโดยการใช้ขีดความสามารถทางการปกป้องการตรวจจับ และการโต้ตอบ รวมกัน
8.Mailbomb คือ Mail ที่กระตุ้นให้ผู้อื่นส่ง e-mail จำนวนมากไปสู่ระบบระบบเดียวหรือคนคนเดียว โดยมีเจตนาที่จะทำให้ระบบของผู้รับเกิดปัญหาในการรับอีเมล์อาจทำให้ระบบแฮงค์จากการทำงานที่มุ่งตรงสู่จุดเดียว นั้นถือกันว่าเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง
9.Misuse Detection Model คือ การตรวจจับการบุกรุกโดยตรวจกิจกรรมเกี่ยวกับเทคนิคการบุกรุกที่ทราบหรือกิจกรรมเกี่ยวกับความล่อแหลมของระบบ
10.Penetration Testing คือ ส่วนหนึ่งของการทดสอบความปลอดภัย โดยที่ผู้ประเมินพยายามที่จะข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ
2.Information Assurance คือ ปฏิบัติการทางข้อมูลที่ปกป้องข้อมูลและระบบข้อมูลโดยทำให้มี ความเชื่อถือได้ในเรื่อง การมีอยู่ของข้อมูล ความสมบูรณ์ความลับ ซึ่งรวมถึงการกู้คืนระบบข้อมูลโดยการใช้ขีดความสามารถทางการปกป้องการตรวจจับ และการโต้ตอบ รวมกัน
3.Mailbomb คือ Mail ที่กระตุ้นให้ผู้อื่นส่ง e-mail จำนวนมากไปสู่ระบบระบบเดียวหรือคนคนเดียว โดยมีเจตนาที่จะทำให้ระบบของผู้รับเกิดปัญหาในการรับอีเมล์อาจทำให้ระบบแฮงค์จากการทำงานที่มุ่งตรงสู่จุดเดียว นั้นถือกันว่าเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง
4.Misuse Detection Model คือ การตรวจจับการบุกรุกโดยตรวจกิจกรรมเกี่ยวกับเทคนิคการบุกรุกที่ทราบหรือกิจกรรมเกี่ยวกับความล่อแหลมของระบบ
5.Penetration Testing คือ ส่วนหนึ่งของการทดสอบความปลอดภัย โดยที่ผู้ประเมินพยายามที่จะข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ
6.Incident คือ การละเมิดความปลอดภัยคอมพิวเตอร์และเครือข่าย การโจมตีที่สามารถเห็นได้ชัดเจนถึงผู้โจมตี วิธีการโจมตีจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้อง และเวลาที่โจมตี
7.Information Assurance คือ ปฏิบัติการทางข้อมูลที่ปกป้องข้อมูลและระบบข้อมูลโดยทำให้มี ความเชื่อถือได้ในเรื่อง การมีอยู่ของข้อมูล ความสมบูรณ์ความลับ ซึ่งรวมถึงการกู้คืนระบบข้อมูลโดยการใช้ขีดความสามารถทางการปกป้องการตรวจจับ และการโต้ตอบ รวมกัน
8.Mailbomb คือ Mail ที่กระตุ้นให้ผู้อื่นส่ง e-mail จำนวนมากไปสู่ระบบระบบเดียวหรือคนคนเดียว โดยมีเจตนาที่จะทำให้ระบบของผู้รับเกิดปัญหาในการรับอีเมล์อาจทำให้ระบบแฮงค์จากการทำงานที่มุ่งตรงสู่จุดเดียว นั้นถือกันว่าเป็นการกระทำผิดที่ร้ายแรง
9.Misuse Detection Model คือ การตรวจจับการบุกรุกโดยตรวจกิจกรรมเกี่ยวกับเทคนิคการบุกรุกที่ทราบหรือกิจกรรมเกี่ยวกับความล่อแหลมของระบบ
10.Penetration Testing คือ ส่วนหนึ่งของการทดสอบความปลอดภัย โดยที่ผู้ประเมินพยายามที่จะข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ
วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557
คำศัพท์ครั้งที่ 3
1. Alert คือ การแจ้งเตือนเป็นข้อความที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อใช้อธิบายสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง กับความปลอดภัย การแจ้งเตือนมักจะเกิดมาจากการตรวจสอบแล้วพบสิ่งที่อาจมีผลกระทบต่อระบบ จึงมีการแจ้งเตือนเพื่อดำเนินการป้องกัน
2. Rules Based Detection คือ ระบบตรวจจับการบุกรุก ที่ใช้ระบบการมองหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการบุกรุกที่ทราบ หรือที่เกี่ยวข้องกับความล่อแหลอันจะส่งผลกระทบต่อระบบได้
3. ImplementationVulnerability ความล่อแหลมช่องโหว่ที่เกิดจากการใช้งาน hardware หรือ software ที่ออกแบบมา อาจเกิดขึ้นจากตัวผู้ใช้งานเองหรือความผิดพลาดของระบบ
4.Passive Threat คือ การคุกคามในการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นชนิดของการคุกคามที่เกี่ยวข้องกับการดักจับข้อมูลแต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ
5. IP Splicing/Hijacking คือ การกระทำซึ่งมีการดักจับและใช้ร่วมกันของ session การเข้าใช้ระบบ ที่ถูกจัดตั้งแล้วและกำลังดำเนินอยู่ โดยผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นผู้กระทำการโจมตีแบบนี้อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการauthenticate คือ การล็อคอินเข้าสู่ระบบ
ุ6. Smurfing คือ การโจมตีเพื่อให้เกิดการขัดขวางหรือก่อกวนระบบเครือข่าย ซึ่งผู้โจมตีปลอมแปลง address ของ source packet ที่ร้องขอการสะท้อนกลับแบบ ICMP (หรือ ping) ให้เป็น broadcast address ของเครือข่ายนั้น และทำให้เครื่องต่างๆบนเครือข่ายตอบสนองอย่าล่าช้าติดขัด
8. Spoofing คือ การแสร้งว่าเป็นผู้อื่น การชักจูงผู้ใช้ให้ใช้ทรัพยากรโดยจงใจให้กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พยายามที่จะให้ได้มาซึ่งการเข้าถึงระบบข้อมูลอัตโนมัติโดยแสร้งว่าเป็นผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว
9. Fake Webpage คือ หน้า webpage ที่มีผู้ปลอมแปลงพยายามสร้างขึ้นมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับsite จริงมากที่สุด เพื่อให้เหยื่อผู้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ที่ต้องการลงไป
2. Rules Based Detection คือ ระบบตรวจจับการบุกรุก ที่ใช้ระบบการมองหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการบุกรุกที่ทราบ หรือที่เกี่ยวข้องกับความล่อแหลอันจะส่งผลกระทบต่อระบบได้
3. ImplementationVulnerability ความล่อแหลมช่องโหว่ที่เกิดจากการใช้งาน hardware หรือ software ที่ออกแบบมา อาจเกิดขึ้นจากตัวผู้ใช้งานเองหรือความผิดพลาดของระบบ
4.Passive Threat คือ การคุกคามในการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นชนิดของการคุกคามที่เกี่ยวข้องกับการดักจับข้อมูลแต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ
5. IP Splicing/Hijacking คือ การกระทำซึ่งมีการดักจับและใช้ร่วมกันของ session การเข้าใช้ระบบ ที่ถูกจัดตั้งแล้วและกำลังดำเนินอยู่ โดยผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตเป็นผู้กระทำการโจมตีแบบนี้อาจเกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการauthenticate คือ การล็อคอินเข้าสู่ระบบ
ุ6. Smurfing คือ การโจมตีเพื่อให้เกิดการขัดขวางหรือก่อกวนระบบเครือข่าย ซึ่งผู้โจมตีปลอมแปลง address ของ source packet ที่ร้องขอการสะท้อนกลับแบบ ICMP (หรือ ping) ให้เป็น broadcast address ของเครือข่ายนั้น และทำให้เครื่องต่างๆบนเครือข่ายตอบสนองอย่าล่าช้าติดขัด
7. Public Key Cryptography คือ ชนิดของการเข้ารหัสลับซึ่่งสาธารณชนสามารถทราบถึงกระบวนการเข้ารหัสได้และไม่ มีการปิดเป็นความลับ แต่จะมีการปกปิดส่วนหนึ่งของกุญแจถอดรหัสไว้ ซึ่งเฉพาะผู้ที่ทราบถึงกระบวนการถอดรหัสทั้งสองส่วนจะสามารถถอดรหัสลับของข้อความได้
8. Spoofing คือ การแสร้งว่าเป็นผู้อื่น การชักจูงผู้ใช้ให้ใช้ทรัพยากรโดยจงใจให้กระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พยายามที่จะให้ได้มาซึ่งการเข้าถึงระบบข้อมูลอัตโนมัติโดยแสร้งว่าเป็นผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว
9. Fake Webpage คือ หน้า webpage ที่มีผู้ปลอมแปลงพยายามสร้างขึ้นมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับsite จริงมากที่สุด เพื่อให้เหยื่อผู้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ที่ต้องการลงไป
10. Vulnerability Analysis คือ การตรวจสอบอย่างเป็นระบบในระบบข้อมูลอัตโนมัติเพื่อที่จะหา มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม, พิสูจน์ทราบถึงความบกพร่องในด้านความปลอดภัยการ ให้ข้อมูลที่จะสามารถนำมาทำนายถึงประสิทธิภาพของมาตรการความปลอดภัยที่ยืนยันถึงความเหมาะสมของมาตรการดังกล่าวหลังจากที่มีการใช้แล้ว
วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557
คำศัพท์ครั้งที่ 2
1. Assessment คือ การสำรวจและตรวจสอบ การวิเคราะห์ถึงความล่อแหลมของระบบ ตลอดจนกระบวนการนำมาและตรวจดูซึ่งข้อมูล ที่จะช่วยผู้ใช้ให้สามารถตัดสินใจถึงการใช้ทรัพยากรในการปกป้องข้อมูลในระบบ
2. Exploit Code คือ โปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่บนระบบ เพื่อให้ไวรัสหรือผู้บุกรุกสามารถครอบครอง ควบคุม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
3. Key logger คือ โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาฝังไว้ยังเครื่องเป้าหมายเพื่อมุ่งหวังในการมาสืบความลับข้อมูลต่าง ๆ ส่วนมากจะมุ่งหวังข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ เช่น ชื่อผู้ใช้ระบบและรหัสผ่าน เพื่อนาเข้าไปใช้เข้าระบบต่าง ๆ และกระทำการใด ๆ ต่อไป
4. Penetration คือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตในระบบอัตโนมัติโดยการเจาะผ่านเข้าสู่ระบบเพื่อทำการใดๆ
5. Perpetrator คือ สิ่งที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นสาเหตุของความเสี่่ยง ที่จะกระทำการโจมตีระบบให้เกิดความเสียหายประใด
2. Exploit Code คือ โปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นที่ทำงานอยู่บนระบบ เพื่อให้ไวรัสหรือผู้บุกรุกสามารถครอบครอง ควบคุม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้
3. Key logger คือ โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาฝังไว้ยังเครื่องเป้าหมายเพื่อมุ่งหวังในการมาสืบความลับข้อมูลต่าง ๆ ส่วนมากจะมุ่งหวังข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ เช่น ชื่อผู้ใช้ระบบและรหัสผ่าน เพื่อนาเข้าไปใช้เข้าระบบต่าง ๆ และกระทำการใด ๆ ต่อไป
4. Penetration คือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตในระบบอัตโนมัติโดยการเจาะผ่านเข้าสู่ระบบเพื่อทำการใดๆ
5. Perpetrator คือ สิ่งที่มาจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นสาเหตุของความเสี่่ยง ที่จะกระทำการโจมตีระบบให้เกิดความเสียหายประใด
6. Adware (advertising-supported software) คือ แอพพลิเคชั่นซอร์ฟแวร์ ซึ่งทำงานและแสดงภาพอัตโนมัติหรือทำการ ดาวน์โหลดสื่อโฆษณาไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานโดยผู้ใช้งานไม่รู้ตัว ลักษณะโดยทั่วไปเป็น pop-up window หรือโฆษณาที่ดึงดูดให้เข้า ไปตามเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งจะมีโฆษณาเข้ามาสู่เครื่องของเรา
7. Spam คือ อีเมล์ที่เรียกว่าอีเมลขยะ หรือ Junk Mail คืออีเมลที่ถูกส่งไปหาผู้รับ โดยที่ผู้รับไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโฆษณา ต่าง ๆ และอื่น ๆ ที่สร้างความน่ารำคาญแก่ผู้รับ
7. Spam คือ อีเมล์ที่เรียกว่าอีเมลขยะ หรือ Junk Mail คืออีเมลที่ถูกส่งไปหาผู้รับ โดยที่ผู้รับไม่พึงประสงค์ ส่วนใหญ่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการโฆษณา ต่าง ๆ และอื่น ๆ ที่สร้างความน่ารำคาญแก่ผู้รับ
8. Backdoor คือ ระบบจะทำหน้าที่เปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถ ควบคุมเข้าไปเครื่อคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ส่วนใหญ่แล้วจะมากับการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ผิดกฎหมายโดยที่ผู้ใช้งาน รู้เท่าไม่ถึงการณ์
9. Spyware คือ ไวรัสสายสืบที่เข้ามาล้วงความลับหรือการทำธุรกรรมทางด้านของเราแล้วส่งไปยังผู้ที่ส่งมันมาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ทีมาล้วงความลับข้อมูลนั้น ซึ่งสปายแวร์จะไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้ ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวโหลดเอาไปใส่เครื่องเองหรืออาศัยช่องโหว่ของ web browser ในการติดตั้งตัวเองลงในเครื่องเหยื่อ สิ่งที่มันทำคือรบกวนและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
10. Root kit คือ โปรแกรมที่พวก hacker ใช้สำหรับการบุกรุกหรือโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ติด Root kit แล้ว อาจถูกควมคุมจาก admin ที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ ซึ่งเขาจะทำอะไรๆ ก็ได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้เราไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างปกติ
9. Spyware คือ ไวรัสสายสืบที่เข้ามาล้วงความลับหรือการทำธุรกรรมทางด้านของเราแล้วส่งไปยังผู้ที่ส่งมันมาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ทีมาล้วงความลับข้อมูลนั้น ซึ่งสปายแวร์จะไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้ ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวโหลดเอาไปใส่เครื่องเองหรืออาศัยช่องโหว่ของ web browser ในการติดตั้งตัวเองลงในเครื่องเหยื่อ สิ่งที่มันทำคือรบกวนและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
10. Root kit คือ โปรแกรมที่พวก hacker ใช้สำหรับการบุกรุกหรือโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ติด Root kit แล้ว อาจถูกควมคุมจาก admin ที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ ซึ่งเขาจะทำอะไรๆ ก็ได้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้เราไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างปกติ
วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557
คำศัพท์ครั้งที่ 1
1. Electronic Attack คือ การโจมตีระบบด้วยาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ลำพลังงาน และอาวุธต่อต้านการแพร่รังสี มาโจมตีการทำงานของระบบ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะลดประสิทธิภาพ ทำให้ใช้การไม่ได้ หรือทำลายขีดความสามารถในการทำงานน้อยลง
2. False Negative คือ การเกิดมีการบุกรุกเกิดขึ้นแต่ระบบไม่ทำการป้องกันแต่เปิดโอกาสให้เกิดการบุกรุกขึ้น โดยระบบคิดว่าปลอดภัย
3. Firewall คือ ระบบหนึ่งหรือหลายระบบที่สร้างข้อบังคับให้มีเส้นแบ่งเขตระหว่างสองเครือข่ายเกิดขึ้นเป็น Gateway ที่จำกัดการเข้าถึง ให้เป็นไปตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายนั้นๆ
4. Salami Attack คือ การโจมตีที่เป็นการก่ออาชญากรรมในการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยการเข้าไปในเครือข่ายแล้วแอบเอาเศษเงินที่เป็นทศนิยมโอนเข้าบัญชีตัวเอง
5. Authentication คือ การพิสูจน์ตัวตน คือขั้นตอนการยืนยันความถูกต้องในการเข้าใช้ระบบ (Identity) เพื่อแสดงตัวว่ามีสิทธิในการเข้าใช้ระบบได้จริง
6. File Virus คือ ไวรัสไฟล์ข้อมูล โดยมากจะติดมากับไฟล์ที่มักเรียกใช้บ่อย ส่วนมากมักจะมีประสงค์ร้ายและสร้างความเสียหายให้กับระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆมีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้ เช่น ไฟล์นามสกุล .exe, .dll,.com ตัวอย่าง Jerusalem, Die Hard II
7. Boot Sector Virus คือ ไวรัสที่แฝงตัวในบูตเซกเตอร์ของแผ่นดิสก์ ทุกครั้งที่มีการใช้แผ่นดิสก์หรือเรียกใช้ข้อมูลจะต้องมีการอ่านข้อมูลในบูตเซกเตอร์ทุกครั้ง ทำให้โอกาสติดไวรัสได้ง่าย
8. Retro-Virus คือ ไวรัสที่รออยู่จนกระทั่งข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ทั้งหมดติดเชื้อก่อน ดังนั้นจึงทำให้ไม่สามารถฟื้นฟูระบบให้กลับสู่สภาพเดิมได้
9. Macro Virus คือ ไวรัสเป็นไวรัสที่เขียนขึ้นมาจากคำสั่งภาษามาโคร ที่มีอยู่ในโปรแกรมประมวลผลคำ, หรือโปรแกรมในชุดไมโครซอพต์ออฟฟิสเมื่อเราเปิดเอกสารที่มีไวรัส ไวรัสก็จะแพร่กระจายไปยังไฟล์อื่น
10. Worm คือ เจ้าหนอนคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมอิสระที่สำเนาตัวเองจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยผ่านการเชื่อมต่อทางเครือข่าย โดยปกติแล้วจะเป็นที่กีดขวางในการวิ่งของtraffic ในเครือข่ายและระบบข้อมูลในระหว่างที่ตัวมันกระจายตัวเองออกไปได้ เป็นต้น
2. False Negative คือ การเกิดมีการบุกรุกเกิดขึ้นแต่ระบบไม่ทำการป้องกันแต่เปิดโอกาสให้เกิดการบุกรุกขึ้น โดยระบบคิดว่าปลอดภัย
3. Firewall คือ ระบบหนึ่งหรือหลายระบบที่สร้างข้อบังคับให้มีเส้นแบ่งเขตระหว่างสองเครือข่ายเกิดขึ้นเป็น Gateway ที่จำกัดการเข้าถึง ให้เป็นไปตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายนั้นๆ
4. Salami Attack คือ การโจมตีที่เป็นการก่ออาชญากรรมในการทำธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยการเข้าไปในเครือข่ายแล้วแอบเอาเศษเงินที่เป็นทศนิยมโอนเข้าบัญชีตัวเอง
5. Authentication คือ การพิสูจน์ตัวตน คือขั้นตอนการยืนยันความถูกต้องในการเข้าใช้ระบบ (Identity) เพื่อแสดงตัวว่ามีสิทธิในการเข้าใช้ระบบได้จริง
6. File Virus คือ ไวรัสไฟล์ข้อมูล โดยมากจะติดมากับไฟล์ที่มักเรียกใช้บ่อย ส่วนมากมักจะมีประสงค์ร้ายและสร้างความเสียหายให้กับระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆมีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ ถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้ เช่น ไฟล์นามสกุล .exe, .dll,.com ตัวอย่าง Jerusalem, Die Hard II
7. Boot Sector Virus คือ ไวรัสที่แฝงตัวในบูตเซกเตอร์ของแผ่นดิสก์ ทุกครั้งที่มีการใช้แผ่นดิสก์หรือเรียกใช้ข้อมูลจะต้องมีการอ่านข้อมูลในบูตเซกเตอร์ทุกครั้ง ทำให้โอกาสติดไวรัสได้ง่าย
8. Retro-Virus คือ ไวรัสที่รออยู่จนกระทั่งข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ทั้งหมดติดเชื้อก่อน ดังนั้นจึงทำให้ไม่สามารถฟื้นฟูระบบให้กลับสู่สภาพเดิมได้
9. Macro Virus คือ ไวรัสเป็นไวรัสที่เขียนขึ้นมาจากคำสั่งภาษามาโคร ที่มีอยู่ในโปรแกรมประมวลผลคำ, หรือโปรแกรมในชุดไมโครซอพต์ออฟฟิสเมื่อเราเปิดเอกสารที่มีไวรัส ไวรัสก็จะแพร่กระจายไปยังไฟล์อื่น
10. Worm คือ เจ้าหนอนคอมพิวเตอร์ เป็นโปรแกรมอิสระที่สำเนาตัวเองจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยผ่านการเชื่อมต่อทางเครือข่าย โดยปกติแล้วจะเป็นที่กีดขวางในการวิ่งของtraffic ในเครือข่ายและระบบข้อมูลในระหว่างที่ตัวมันกระจายตัวเองออกไปได้ เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)